ธุรกิจขายส่งส่วนใหญ่ยังส่งแคตตาล็อกเป็นไฟล์ PDF ทางไลน์ แล้วให้ลูกค้าเลื่อนหา 300 รายการเอง ทั้งที่คู่ค้าของคุณอยากรู้แค่ว่า "ของตัวนี้มีไหม ขนาดไหนบ้าง ราคาเท่าไหร่" บทความนี้เล่าว่าเว็บแบบไหนที่ทำงานแทนเซลล์ได้จริง และทำไมเว็บสินค้าหลักร้อยรายการถึงต้องคิดคนละแบบกับเว็บร้านทั่วไป
1. ปัญหาจริงของเว็บขายส่งที่มีสินค้าเยอะ
เว็บ B2B ต่างจากเว็บร้านค้าปลีกตรงที่คนเข้ามาไม่ได้มาเดินดูเพลินๆ แต่มาหาของเฉพาะอย่างและต้องการคำตอบเร็ว ปัญหาที่เจอซ้ำๆ คือ
- แคตตาล็อก PDF ที่ Google อ่านไม่เจอ — สินค้า 300 รายการอยู่ในไฟล์เดียว ไม่มีรายการไหนขึ้นในผลค้นหาเลยสักรายการ
- อัปเดตทีหนึ่งต้องทำใหม่ทั้งไฟล์ — ของหมด ราคาเปลี่ยน หรือมีรุ่นใหม่ ต้องส่งไฟล์ใหม่ให้ลูกค้าทุกคน
- ลูกค้าหาของไม่เจอ — ไม่มีตัวกรองตามประเภท ยี่ห้อ หรือประเทศ ต้องเลื่อนหาเอง
- เซลล์ตอบคำถามเดิมทุกวัน — มีตัวนี้ไหม ขนาดไหนบ้าง สเปคเท่าไหร่
2. ทำไมสินค้าแต่ละรายการควรมีหน้าของตัวเอง
นี่คือจุดที่ทำให้เว็บขายส่งต่างจากเว็บทั่วไปมากที่สุด ถ้าสินค้าทั้งหมดอยู่ในหน้าเดียว Google มีเพียงหนึ่งหน้าให้จัดอันดับ แต่ถ้าแต่ละรายการมีหน้าของตัวเอง คุณมีหลายร้อยประตูให้คนเดินเข้ามา
คนที่ค้นชื่อสินค้าเฉพาะเจาะจงคือคนที่รู้แล้วว่าต้องการอะไรและพร้อมซื้อ ซึ่งมีค่ากว่าคนที่ค้นคำกว้างๆ มาก และคำค้นแบบนี้แทบไม่มีใครแย่ง เพราะคู่แข่งยังทำแคตตาล็อก PDF กันอยู่
💡 สินค้า 250 รายการ = 250 หน้าที่ติดอันดับได้ ถ้าเขียนมือทีละหน้าคือเป็นเดือน แต่ถ้าสร้างจากฐานข้อมูลคือกดครั้งเดียว
3. สร้างหน้าจากฐานข้อมูล ไม่ใช่เขียนมือทีละหน้า
หัวใจของเว็บแบบนี้คือ แหล่งข้อมูลเดียว — รายการสินค้าทั้งหมดอยู่ที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ตารางหรือฐานข้อมูลจริง แล้วให้ระบบสร้างหน้าเว็บออกมาเองจากข้อมูลชุดนั้น
สิ่งที่ได้ตามมาคือ
- แก้ราคาที่เดียว เปลี่ยนทั้งเว็บทุกหน้าที่เกี่ยวข้อง
- เพิ่มสินค้าใหม่ 20 รายการ ได้หน้าใหม่ 20 หน้าทันที
- หน้าหมวด หน้าแบรนด์ และหน้าประเทศ สร้างเองอัตโนมัติจากข้อมูลเดียวกัน
- ไม่มีทางที่ราคาในหน้าหนึ่งจะไม่ตรงกับอีกหน้า เพราะมาจากที่เดียวกัน
4. ตัวกรองที่คู่ค้าใช้จริง
ตัวกรองไม่ใช่ของตกแต่ง มันคือสิ่งที่ตัดสินว่าคนจะหาของเจอใน 10 วินาทีหรือปิดหนีไป ตัวกรองที่ธุรกิจขายส่งควรมี
- ประเภทสินค้า — ชั้นแรกสุดที่ทุกคนใช้
- แบรนด์หรือผู้ผลิต — คู่ค้าหลายรายมาด้วยชื่อแบรนด์โดยตรง
- แหล่งผลิตหรือประเทศ — สำคัญมากในสินค้านำเข้า
- ขนาดหรือบรรจุภัณฑ์ — สินค้าตัวเดียวมักมีหลายขนาด
- ค้นหาด้วยคำ — สำหรับคนที่รู้ชื่อสินค้าอยู่แล้ว
และตัวกรองที่ดีต้องจำสถานะไว้ใน URL ได้ เพื่อให้เซลล์ส่งลิงก์ที่กรองไว้แล้วให้ลูกค้าได้เลย เช่นลิงก์ที่เปิดมาแล้วเห็นเฉพาะสินค้าจากอิตาลีทั้งหมด
5. ควรโชว์ราคาบนเว็บไหม
คำถามยอดฮิตของธุรกิจขายส่ง และคำตอบไม่ใช่ใช่หรือไม่ใช่
ราคาส่งมักต่างกันตามปริมาณและตามคู่ค้าแต่ละราย การโชว์ราคาเดียวจึงไม่ตรงความจริง แต่การไม่บอกอะไรเลยก็ทำให้คนที่เพิ่งรู้จักไม่กล้าติดต่อ
ทางที่ใช้ได้จริงคือ เปิดเผยทุกอย่างยกเว้นตัวเลข — บอกสเปค ขนาด แหล่งผลิต จำนวนขั้นต่ำ เงื่อนไขการจัดส่ง ให้ครบ แล้วใส่ปุ่มขอใบเสนอราคาไว้ทุกหน้าสินค้า คนที่กดคือคนที่ตั้งใจจริง และคุณได้รายชื่อคู่ค้าใหม่โดยไม่ต้องเปิดโครงสร้างราคาให้คู่แข่งเห็น
6. เคสจริง — เว็บ 300 หน้าที่สร้างจากฐานข้อมูลเดียว
งานขายส่งไวน์และสุราที่เรากำลังทำอยู่ มีสินค้ากว่า 250 รายการ กระจายอยู่ใน 11 ประเทศและเกือบ 30 แบรนด์ ถ้าทำเป็นเว็บหน้าเดียวตามปกติ ข้อมูลทั้งหมดจะถูกอัดอยู่ในหน้าเดียวและไม่มีใครค้นเจอ
สิ่งที่ทำคือเก็บข้อมูลสินค้าทั้งหมดไว้ที่เดียว แล้วให้ระบบสร้างหน้าออกมา — หน้าสินค้ารายตัว 245 หน้า หน้าแบรนด์ 29 หน้า หน้าประเทศ 12 หน้า รวมกว่า 300 หน้า ทุกหน้าโหลดเร็วเพราะเป็นไฟล์นิ่ง ไม่มีฐานข้อมูลให้ต้องรอ และเจ้าของแก้ข้อมูลเองได้จากหลังบ้านแล้วกดอัปเดตเว็บทีเดียว
7. ธุรกิจแบบไหนที่ควรทำเว็บแนวนี้
- ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายที่มีสินค้าหลักร้อยรายการ
- โรงงานหรือผู้ผลิตที่มีสเปคสินค้าให้ลูกค้าเทียบ
- ธุรกิจอะไหล่และวัสดุที่ลูกค้าค้นด้วยรหัสหรือรุ่น
- ธุรกิจที่มีคู่ค้าซื้อซ้ำประจำ และอยากลดงานตอบคำถามของเซลล์
ถ้าสินค้าไม่ถึง 30 รายการ เว็บปกติที่ทำหน้าสินค้าแยกด้วยมือก็เพียงพอแล้ว ยังไม่ต้องลงทุนทำระบบ
คำถามที่พบบ่อย
เว็บขายส่งต่างจากเว็บขายของออนไลน์ยังไง?
เว็บขายปลีกเน้นให้คนกดซื้อจบในเว็บ ส่วนเว็บขายส่งเน้นให้คู่ค้าหาสินค้าเจอ ดูสเปคครบ แล้วติดต่อขอใบเสนอราคา เพราะราคาส่งขึ้นกับปริมาณและเงื่อนไขของแต่ละราย ระบบตะกร้าและชำระเงินจึงมักไม่จำเป็น
สินค้า 300 รายการ ต้องเขียนเว็บ 300 หน้าเลยไหม?
ไม่ต้องเขียนมือ เราเก็บข้อมูลสินค้าไว้ที่เดียวแล้วให้ระบบสร้างหน้าออกมาเอง เพิ่มสินค้าใหม่ 20 รายการก็ได้หน้าใหม่ 20 หน้าทันทีโดยไม่ต้องจ้างทำเพิ่ม
ไม่อยากโชว์ราคาส่งบนเว็บ ทำได้ไหม?
ได้และแนะนำด้วยในหลายกรณี ใส่สเปค ขนาด แหล่งผลิต และจำนวนขั้นต่ำให้ครบ แล้วใช้ปุ่มขอใบเสนอราคาแทนการโชว์ตัวเลข คู่ค้าได้ข้อมูลที่ต้องการ ส่วนโครงสร้างราคายังเป็นความลับ
อัปเดตสินค้าเองได้ไหม ไม่อยากเรียกคนทำเว็บทุกครั้ง?
ได้ เราทำหลังบ้านให้แก้ข้อมูลสินค้า อัปรูป และนำเข้าข้อมูลทีละก้อนจากไฟล์ตารางได้ แก้เสร็จกดปุ่มเดียวแล้วเว็บอัปเดตเอง
เว็บแบบนี้ราคาเท่าไหร่?
ขึ้นกับจำนวนสินค้าและความซับซ้อนของตัวกรอง งานระดับนี้อยู่ในแพ็กเกจ Premium ขึ้นไป เริ่มที่ 50,000 บาท ถ้ามีสินค้าหลักร้อยรายการพร้อมหลังบ้านจะอยู่ในระดับ Enterprise ประเมินตามขอบเขตจริง
มีสินค้าไม่เยอะ ทำแบบนี้คุ้มไหม?
ถ้าต่ำกว่า 30 รายการยังไม่คุ้ม ทำหน้าสินค้าแยกด้วยมือในเว็บปกติก็พอ ระบบสร้างหน้าอัตโนมัติจะเริ่มคุ้มเมื่อสินค้าเยอะพอจนการแก้ด้วยมือกินเวลามากกว่า
มีสินค้าเยอะจนเว็บเดิมเอาไม่อยู่?
ส่งรายการสินค้ามาให้เราดู แล้วเราจะบอกว่าควรวางโครงยังไง — ปรึกษาฟรี
ปรึกษาฟรี →
เขียนโดย